ใบอนุญาตเลขที่ นจ. 0442/2569 จันทร์ – ศุกร์ 09:00 – 18:00 น. 02-252-5355
หน้าแรก บทความ MOU คืออะไร? ขั้นตอนนำเข้าแรงงานต่างด้าว
MOU นำเข้าแรงงาน

MOU คืออะไร? ขั้นตอนนำเข้าแรงงานต่างด้าว

MOU คืออะไร? ขั้นตอนนำเข้าแรงงานต่างด้าว

ทำความเข้าใจกระบวนการนำเข้าแรงงานแบบ MOU ตั้งแต่ต้นจนจบ

MOU คืออะไร? ขั้นตอนนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย

สำหรับนายจ้างที่ต้องการแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง “การนำเข้าแรงงานระบบ MOU” เป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ใช้สำหรับนำแรงงานจากประเทศต้นทางเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทยตามกระบวนการที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศต้นทางกำหนดร่วมกัน

การนำเข้าแรงงานแบบ MOU มีขั้นตอนตั้งแต่การแจ้งความต้องการแรงงาน การจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงาน การขออนุญาตทำงาน การดำเนินการด้านเอกสารเดินทางและ Visa จนถึงการเดินทางเข้าประเทศไทยและเริ่มทำงานกับนายจ้างอย่างถูกต้อง

MOU คืออะไร?

MOU ย่อมาจาก Memorandum of Understanding หรือบันทึกความเข้าใจ โดยในบริบทแรงงานต่างด้าว หมายถึงกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต้นทางในการบริหารจัดการการจ้างและการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ

ประเทศไทยมีความร่วมมือด้านการนำเข้าแรงงานกับประเทศต้นทาง เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยรายละเอียดและขั้นตอนของแต่ละสัญชาติอาจแตกต่างกันตามข้อตกลงและแนวทางที่ใช้บังคับในขณะนั้น

แรงงาน MOU แตกต่างจากแรงงานตามมติ ครม. อย่างไร?

แรงงาน MOU คือแรงงานที่ดำเนินกระบวนการจากประเทศต้นทางเพื่อเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทยตามระบบความร่วมมือระหว่างประเทศ

ส่วนแรงงานตามมติ ครม. โดยทั่วไปเป็นกลุ่มแรงงานที่รัฐบาลกำหนดมาตรการเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อจัดระเบียบหรือผ่อนผันให้แรงงานที่เข้าเงื่อนไขสามารถดำเนินการด้านการอยู่และการทำงานให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้น “นำเข้า MOU” กับ “ขึ้นทะเบียนตามมติ ครม.” เป็นคนละกระบวนการ และไม่ควรใช้แทนกัน

นายจ้างแบบไหนสามารถนำเข้าแรงงาน MOU ได้?

นายจ้างหรือสถานประกอบการที่มีความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวสามารถดำเนินการนำเข้าแรงงานตามระบบ MOU ได้ หากนายจ้าง ประเภทกิจการ ตำแหน่งงาน และจำนวนแรงงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมการจัดหางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด

นายจ้างสามารถดำเนินการตามกระบวนการด้วยตนเองในกรณีที่กฎหมายอนุญาต หรือใช้บริการบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการจัดหางาน

หากเลือกใช้บริษัทนำเข้าแรงงาน นายจ้างควรตรวจสอบก่อนว่าบริษัทดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องและยังมีสถานะสามารถประกอบธุรกิจได้

ขั้นตอนนำเข้าแรงงานต่างด้าว MOU มีอะไรบ้าง?

1. นายจ้างแจ้งความต้องการจ้างแรงงาน

ขั้นตอนแรก นายจ้างต้องกำหนดจำนวนแรงงาน สัญชาติ ประเภทงาน สถานที่ทำงาน และรายละเอียดการจ้างให้ชัดเจน ก่อนดำเนินการยื่นความต้องการนำเข้าแรงงานตามขั้นตอนของกรมการจัดหางาน

ในกระบวนการ MOU จะมีการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความต้องการแรงงาน เช่น หนังสือแสดงความต้องการแรงงาน หรือ Demand Letter รวมถึงเอกสารนายจ้างและสัญญาจ้างตามแบบที่กำหนด

2. ยื่นคำร้องขอนำคนต่างด้าวมาทำงาน

นายจ้างหรือผู้ได้รับมอบอำนาจดำเนินการยื่นคำร้องขอนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย พร้อมเอกสารประกอบตามสัญชาติและประเภทกิจการ

เอกสารของนายจ้างอาจแตกต่างกันระหว่างนายจ้างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงอาจมีเอกสารเฉพาะของกิจการเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบรายการเอกสารตามกรณีก่อนยื่นคำร้อง

3. ส่งความต้องการไปยังประเทศต้นทาง

เมื่อผ่านขั้นตอนของฝ่ายไทยแล้ว ข้อมูลความต้องการแรงงานจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือช่องทางที่เกี่ยวข้องของประเทศต้นทาง เพื่อดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกแรงงานตามกระบวนการของประเทศนั้น

ประเทศต้นทางจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น
- รับสมัครแรงงาน
- ตรวจสอบคุณสมบัติ
- คัดเลือกแรงงาน
- จัดทำสัญญาจ้าง
- ดำเนินการด้านเอกสารเดินทาง
- จัดทำบัญชีรายชื่อแรงงาน

4. จัดทำบัญชีรายชื่อแรงงาน หรือ Name List

หลังจากประเทศต้นทางคัดเลือกแรงงานแล้ว จะมีการจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงาน หรือที่เรียกว่า Name List เพื่อระบุว่าแรงงานคนใดจะเข้ามาทำงานกับนายจ้างรายใดในประเทศไทย

Name List ถือเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการ MOU เพราะใช้เชื่อมโยงข้อมูลของแรงงาน นายจ้าง และการขออนุญาตทำงานในขั้นตอนต่อไป

5. ขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวก่อนเดินทางเข้าประเทศ

เมื่อได้รับบัญชีรายชื่อแรงงานที่ผ่านการรับรองแล้ว นายจ้างจะต้องดำเนินการขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามหลักเกณฑ์ของกรมการจัดหางาน

ขั้นตอนนี้เป็นการดำเนินการในขณะที่แรงงานยังอยู่ต่างประเทศ เพื่อเตรียมสิทธิด้านการทำงานก่อนเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย

การได้รับ Name List เพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าแรงงานสามารถเดินทางเข้ามาและเริ่มทำงานได้ทันที ยังต้องดำเนินการด้านการอนุญาตทำงาน เอกสารเดินทาง Visa และขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน

6. ดำเนินการ Passport และ Visa จากประเทศต้นทาง

แรงงานต้องมี Passport หรือเอกสารเดินทางที่ถูกต้อง และดำเนินการขอ Visa หรือเอกสารการเข้าเมืองตามประเภทที่กำหนดสำหรับการเข้ามาทำงานในประเทศไทย

ข้อมูลใน Passport, Name List, สัญญาจ้าง และเอกสารการอนุญาตทำงานควรตรงกัน เพราะความคลาดเคลื่อนของชื่อ เลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด หรือนายจ้าง อาจส่งผลต่อขั้นตอนการนำเข้าและการออกเอกสารภายหลัง

7. แรงงานเดินทางเข้าประเทศไทยตามช่องทางที่กำหนด

เมื่อเอกสารจากทั้งฝ่ายไทยและประเทศต้นทางพร้อมแล้ว แรงงานจึงเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางและขั้นตอนที่กำหนด

นายจ้างหรือบริษัทนำเข้าแรงงานควรตรวจสอบข้อมูลของแรงงานก่อนเดินทางทุกครั้ง ทั้งชื่อ เลข Passport นายจ้าง สถานที่ทำงาน และข้อมูลในบัญชีรายชื่อ เพื่อป้องกันปัญหาเมื่อแรงงานเดินทางถึงประเทศไทย

8. ตรวจสุขภาพและจัดทำประกันตามหลักเกณฑ์

แรงงานต้องดำเนินการตรวจสุขภาพและมีหลักประกันด้านการรักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเป็นประกันสังคมหรือประกันสุขภาพ ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและสถานะของแรงงาน

ไม่ควรเหมารวมว่าแรงงาน MOU ทุกคนต้องใช้ประกันประเภทเดียวกัน เนื่องจากเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามประเภทการจ้างและสิทธิประกันสังคมของแรงงาน

9. ดำเนินการใบอนุญาตทำงานให้ครบถ้วน

หลังแรงงานเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการจัดหางานเพื่อให้การอนุญาตทำงานสมบูรณ์ รวมถึงขั้นตอนที่ระบบกำหนด เช่น การตรวจสอบข้อมูล การชำระค่าธรรมเนียม การเก็บข้อมูล Biometric หรือการออกหลักฐานการอนุญาตทำงานตามรูปแบบที่ใช้ในขณะนั้น

แรงงานควรเริ่มทำงานเมื่อมีสิทธิทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและทำงานกับนายจ้าง ประเภทงาน และสถานที่ทำงานตามที่ได้รับอนุญาต

10. หลังเริ่มงาน นายจ้างยังมีหน้าที่ต้องดูแลเอกสารต่อ

การนำเข้าแรงงานสำเร็จไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ด้านเอกสารสิ้นสุดลง นายจ้างยังต้องบริหารสถานะของแรงงานตลอดระยะเวลาการจ้าง เช่น การแจ้งการจ้าง การต่ออายุใบอนุญาตทำงาน การดูแล Visa หรือระยะเวลาอนุญาตให้อยู่ การรายงานตัว 90 วัน และการแจ้งออกเมื่อสิ้นสุดการจ้างตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

MOU ใช้เวลานานแค่ไหน?

การนำเข้าแรงงาน MOU ไม่มีระยะเวลาที่สามารถรับรองได้เหมือนกันทุกกรณี เพราะต้องดำเนินการผ่านทั้งหน่วยงานในประเทศไทยและประเทศต้นทาง และระยะเวลายังขึ้นอยู่กับสัญชาติ จำนวนแรงงาน ความครบถ้วนของเอกสาร ขั้นตอนการคัดเลือกแรงงาน และสถานการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงนั้น

นายจ้างจึงควรวางแผนความต้องการแรงงานล่วงหน้า และไม่ควรรอจนขาดแคลนแรงงานแล้วจึงเริ่มกระบวนการนำเข้า

ข้อควรระวังก่อนนำเข้าแรงงาน MOU

นายจ้างควรตรวจสอบข้อมูลและผู้ดำเนินการให้รอบคอบ เช่น
- บริษัทนำเข้าแรงงานมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่
- จำนวนและตำแหน่งงานตรงกับความต้องการจริงหรือไม่
- สัญญาจ้างและเงื่อนไขการจ้างถูกต้องหรือไม่
- ชื่อและข้อมูลใน Passport ตรงกับ Name List หรือไม่
- แรงงานจะเข้ามาทำงานกับนายจ้างและสถานที่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายและค่าบริการมีรายละเอียดชัดเจนหรือไม่

ไม่ควรซื้อขายรายชื่อแรงงาน ใช้ Name List ของนายจ้างรายอื่น หรือรับแรงงาน MOU ที่ผูกกับนายจ้างอื่นเข้าทำงานโดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

MOU ไม่ใช่แค่การ “พาแรงงานเข้าประเทศ”

หัวใจของระบบ MOU คือการเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ประเทศต้นทางจนถึงนายจ้างในประเทศไทย ตั้งแต่ความต้องการแรงงาน สัญญาจ้าง บัญชีรายชื่อ Passport การเข้าเมือง และสิทธิในการทำงาน

หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อขั้นตอนถัดไป และทำให้แรงงานไม่สามารถเริ่มงานหรือดำเนินเอกสารต่อได้ตามแผน

สรุป: ขั้นตอนนำเข้าแรงงาน MOU

แจ้งความต้องการแรงงาน → ยื่น Demand → ประเทศต้นทางรับสมัครและคัดเลือก → จัดทำ Name List → ขออนุญาตทำงานแทน → ทำ Passport และ Visa → เดินทางเข้าไทย → ตรวจสุขภาพและประกัน → ดำเนินการ Work Permit → เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง

การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน ลดการแก้ไขเอกสารย้อนหลัง และช่วยให้นายจ้างสามารถวางแผนการนำแรงงานเข้ามาทำงานได้อย่างเป็นระบบ

ให้ Dream Force ช่วยดูแลการนำเข้าแรงงาน MOU

หากนายจ้างต้องการนำเข้าแรงงานต่างด้าว แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มจากขั้นตอนไหน ต้องใช้เอกสารอะไร หรือควรนำเข้าแรงงานสัญชาติใด Dream Force พร้อมช่วยตรวจสอบความต้องการ วางแผนเอกสาร และดูแลขั้นตอนการนำเข้าแรงงานตามระบบ MOU

ยื่นครบ จบไว
บริการนำเข้าและดูแลเอกสารแรงงานต่างด้าวอย่างครบวงจร

หมายเหตุ: ขั้นตอน เอกสาร ระยะเวลา และเงื่อนไขในการนำเข้าแรงงาน MOU อาจแตกต่างกันตามสัญชาติ ประเภทกิจการ ประเภทงาน ประเทศต้นทาง และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่ใช้บังคับในขณะนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนดำเนินการทุกครั้ง

← กลับไปบทความทั้งหมด
แชท LINE: @ddreamforceโทร 02-252-5355